![]() |
|
Spaces home Str@YDoG :: .•°•.★* ♂ Va...PhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
|
Str@YDoG :: .•°•.★* ♂ VaMPiRe KniGhT ♀*★.•°::รังน้อยๆของหมาน้อยผู้น่ารัก(?)
December 08 รักแห่งสยาม: ถึงจะช้าไปหน่อย แต่ก็ไปดูจนได้
อ่า...ทั้งๆที่ไม่ค่อยจะมีเวลา แต่ก็ยังตะเกียดตะกายไปดูในโรงจนได้ กับหนังเรื่อง “รักแห่งสยาม” ตอนแรกก็ไม่คิดอยากจะดูอะไรหรอกนะ แต่พอรู้ข่าวจากในพันทิปว่ามันเป็น ‘หนังเกย์’ เท่านั้นแหละ รีบวิ่งไปดูแทบไม่ทัน (ก็ตรูเป็นสาวก Y นี่หว่า==’)
มาคิดดูแล้วก็ตลกดี ว่าที่เพื่อนเรามันพูดเล่นๆว่าเป็นหนังเกย์มันเป็นจริงๆด้วย คิดแล้วก็ยังขำไม่หาย ตอนนั้นกลุ่มเรานั่งดู MV เพลงกันและกันอยู่ ตอนนั้นหนังยังไม่เข้า เพื่อนคนนึงมันก็ถามเราว่า “แกคิดว่าพระเอกจะเลือกใครวะ ผู้หญิงสองคนเนี่ย” เราก็อึ้งๆไปนิดนึงเพราะยังไม่รู้ว่าใครเป็นเพราะเอก แล้วความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่องเป็นยังไง เพื่อนเราพอมันเห็นหน้าเราเอ๋อๆก็กะจะพูดอธิบายเนื้อหาหนังให้ฟัง แต่เพื่อนอีกคนก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน “เอ็งจะบ้าเรอะ ไอ้นี่เป็นเป็นพระเอก ไอ้นี่เป็นนายเอก แล้วผู้หญิงสองคนนั้น่ะเป็นตัวประกอบ” มันพูดขณะที่ MV ถ่ายไปที่หน้าของโต้งกับมิว เท่านั้นแหละฮาครืนกันทั้งก๊ก
แล้วเมื่อวานนี้เมื่อเวลาเป็นใจ เนื่องจากคาบเคมีอาจารย์ไม่เข้าสอน ทั้งก๊กเลยแห่ไปดูรักแห่งสยามกัน
สักนิดนึงเกี่ยวกับเรื่องการโฆษณาของหนังเรื่องนี้ที่ทำให้ดูเหมือนหนังรักใสๆของเด็กชาย-หญิงสองคู่ แต่จริงๆแล้วมันเป็นหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับชายรักชายมากพอสมควร สำหรับเรามันเหมือนโฆษณาหลอกลวงยังไงก็ไม่รู้ ก็เข้าใจหรอกนะว่าถ้าโฆษณาออกไปตามจริงอาจจะมีคนไปดูน้อย แต่ก็มาลองคิดดูว่าถ้าคนที่เค้าไม่เคยรู้จักเรื่องพวกนี้ รับไม่ได้กับเรื่องพวกนี้ แล้วไปดูมันจะรู้สึกยังไง แต่ก็เอาเถอะ เนื้อหาของหนังก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่ สำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบดูหนังไทยอย่างเราแล้วก็คิดว่ามันสนุกดีในระดับหนึ่ง
ต่อไปนี้อาจจะเป็นการสปอยล์เนื้อหาของหนัง
ตามความรู้สึกเรา หนังเรื่องนี้เหมาะสมกับชื่อเรื่อง ‘เพื่อน...กุรักมึงว่ะ’ มากกว่าซะอีก เพราะโต้งกับมิว(พระเอกนายเอกของเรื่องนี้) เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กเพราะบ้านอยู่ติดกัน แล้วก็แอบวายกันมาตั้งแต่เด็กเลยด้วย ชอบฉากที่โต้งซื้อของฝากมาให้มิว แล้วก็ให้มิวตามหาชิ้นส่วนต่างๆของของขวัญ ฉากนี้ส่งสายตากันหวานเยิ้มมากมาย แต่สุดท้ายมิวก็หาชิ้นส่วนของตุ๊กตาไม่ครบ ด้วยอุบัติเหตุบางอย่างทำให้จมูกของตุ๊กตาขาดหายไป แต่หลังจากที่แตงพี่สาวของโต้งหายตัวไป ครอบครัวของโต้งก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น ทำให้โต้งกับมิวแยกจากกันตั้งแต่ตอนนั้น
หลังจากนั้นมาหลายปี โต้งกับมิวก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง มิวแนะนำให้โต้งรู้จักจูน คนดูแลวงของมิว ที่หน้าตาเหมือนพี่สาวของโต้ง หลังจากนั้นโต้งก็พาจูนไปเจอกับครอบครัว ทำให้ครอบครัวที่กำลังแตกแยกของโต้งดีขึ้น ส่วนมิวที่กำลังลำบากกับการแต่งเพลงรักก็สามารถแต่งเพลงได้สำเร็จเพราะโต้ง เมื่อทั้งคู่ได้มาพบกันอีกครั้ง มันเหมือนกับว่าต่างคนต่างได้เติมเต็มสิ่งที่หายไปให้แก่กันและกัน แต่ความรักมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ในตอนจบ โต้งรักมิว และมิวก็รักโต้ง แต่ทั้งสองคนไม่สามารถที่จะอยู่ด้วยกันได้ ตอนที่มิวเอาจมูกตุ๊กตาที่โต้งซื้อให้เอาไปต่อเข้ากับตัวของตุ๊กตา แล้วก็ร้องไห้บอกว่าขอบคุณ ฉากนี้ทำให้เราเข้าใจความรู้สึกเหงาของมิว ในตอนที่โต้งกับมิวคุยกันเรื่องความเหงา
ถามว่าจบแบบนี้ชอบมั้ย ชอบสิ ถ้ามันจบแบบ Happy End ล่ะก็ เราจะรู้สึกว่าหนังที่ผ่านมาทั้งเรื่องไร้ความหมายไปโดยสิ้นเชิง ในขณะเดียวกันถ้าจบแบบให้โต้งกับมิวหันไปเลือกสองสาวนั่นล่ะก็หนังก็จะไร้ความหมายอีกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจบแบบนี้แหละลึกซึ้งทำร้ายจิตใจดีที่สุดแล้ว โฮกกกกกกกกกก>.<
‘...ดั่งในใจความบอกในกวี ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง...’ November 17 Do you want a baby?
Credit: http://bacbac-miki.deviantart.com/ Superman: Do you want a baby?
Superman: I thought that ...a brother was necessary for Conner.
Conner: It is unnecessary !!!"
Batman: Do you want…a brother?
Robin & Alfred: What!!!??
555+ ไปเจอ Fan Art น่ารักๆ ของคู่ Superman/Batman มา ไม่ไหวๆ หลังจากความบ้า Robin ซาลง ก็หันมาบ้าคู่นี้แทน ไม่ได้ๆ เราต้องตั้งใจเรียน จะว่าไปหมู่นี้ชักจะบ้าๆฮีโร่ฝั่งอเมริกามากขึ้นทุกทีแระ ตั้งแต่ Cyclops กะ Nightcrawler จาก X-Men แระ แต่ถึงยังไงก็ชอบ Manga ของญี่ปุ่นมากกว่าอยู่ดี November 12 กีฬาชั้นปี: ไร้สารว่ะ ไม่น่าไปเลย
อยู่ๆก็มีอารมณ์อยากไปกีฬาชั้นปีขึ้นมาซะงั้น บวกกับแรงยุของเพื่อนด้วยแหละ ก็เลย...เอาวะ! นานๆทีจะมีอารมณ์อยากร่วมงานครื้นเครง (ปกติโดดตลอด) ไปซะหน่อยเป็นไรไป กลับบ้านไปตอนสี่โมงครึ่ง บอกอาเจ๊แกว่าจะกลับมาอีกตอนห้าโมง ฟังอาเจ๊แกบ่นพอเป็นพิธี แล้วก็กลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็รีบบึ่งกลับมาที่มหาลัยอย่างรวดเร็ว มาถึงตอนห้าโมงครึ่งพอดีแป๊ะ เพราะรถโคตรจะติด ไอ้เราก็กลัวว่าแจงจะรอนาน เพราะนัดแจงกะบิวไว้ตอนห้าโมงครึ่ง แต่พอเข้าไปถึงห้องแจง ปรากฏว่าแจงยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเลย ให้ตายสิ ไอ้เราก็อุตส่าห์รีบ
กีฬาชั้นปี ก็...ไม่มีอะไรเลยจริงๆนั่นแหละ ความรู้สึกมันแบบว่า...ไม่น่ามาเลย นั่งทำ Chem กับ Com Pro อยู่บ้านดีกว่าอีก อาจจะเป็นเพราะคนน้อยก็ได้ล่ะมั้ง แถมแต่ละคนก็ดูมีอารมณ์จะมาทั้งนั้น ไอ้เรารึก็อุตส่าห์จะลุกขึ้นเต้นแล้วนา แต่พอหันดูคนรอบข้าง ไม่มีใครลุกเลยว่ะ จะยืนอยู่คนเดียวโดดๆมันก็ดูโล่ง แถมเด่นอีกต่างหาก ทำอะไรใครก็เห็นหมด ว่าแล้วก็นั่งลงไปอย่างเดิมดีกว่า==’
จริงๆแล้วเหตุผลที่เราไปกีฬาชั้นปี มันเป็นเพราะต้องการอยากจะเจอคนคนหนึ่ง แต่เขียนชื่อคนคนนั้นเอาไว้ ณ ที่นี้ไม่ได้ เพรารู้สึกว่า Space นี้มันไม่ปลอดภัยอีกต่อไป มันเริ่มตั้งแต่ที่เพื่อนเราคนหนึ่งมันทักว่า เฮ้ย! เอ็งเขียนว่าไม่ชอบอาจารย์คนนี้ไว้ใน Space เหรอ ไอ้เราก็หน้าตายตอบกลับไปว่า หา...เหรอกุจำไม่ได้แล้วว่ะ อะไรประมาณนั้น แต่ในใจ เฮ้ย!!!!!! มีคนอ่าน Space กุด้วยเหรอวะ กุอุตส่าห์มาแอบเขียนระบายอารมณ์ในที่ที่คิดว่าจะไม่มีใครอ่าน เฮ้อ...จะเขียนลงหนังสือ ก็เมื่อยมือ
+ งานเยอะง่ะ งานเยอะจริงๆ งานเยอะว้อยยยย!!!!!!! ++ ได้แต่บ่น แต่ไม่ยอมทำสักที เซ็งตัวเองเหมือนกัน อยากเกิดเป็นคนขยันว้อยยย!!!! | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||